โคมไฟถนนโซล่าเซลล์กับแผงโซล่ารูฟท็อปต่างอย่างไร?
ในปัจจุบันที่ “พลังงานแสงอาทิตย์” สร้างประโยชน์ได้มากกว่าให้แสงในตอนกลางวัน ไฟโซล่าเซลล์ที่กักเก็บพลังงานนี้มาใช้ในตอนกลางคืนได้ โดยเฉพาะไฟถนนโซล่าเซลล์ที่ใช้งานในพื้นที่กลางแจ้งต่าง ๆ ถึงอย่างนั้น
ผู้ใช้หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “แผงโซล่าเซลล์” ที่ใช้ในไฟถนนนั้น ไม่เหมือนกับแผงที่ใช้ในระบบโซล่ารูฟท็อป ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านหรืออาคารพาณิชย์ เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองระบบ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกใช้งานที่เหมาะสมที่สุด
ประเภทแผงโซล่าเซลล์โคมไฟถนน มีอะไรบ้าง?
โคมไฟถนนโซล่าเซลล์จำเป็นต้องใช้แผงชนิดที่เหมาะกับสภาพกลางแจ้งแบบ 24 ชั่วโมง ทั้งแดดจัด ฝนตก ลมแรง และฝุ่นจำนวนมาก โดยทั่วไปแผงที่ใช้จะมี 3 ลักษณะเด่นดังนี้
1) แผงโพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline)
แผงชนิดนี้พบได้มากในโคมไฟถนนโซล่าเซลล์ระดับกลางถึงประหยัด เพราะมีราคาไม่แพง ทนความร้อนได้ดี และสามารถผลิตไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพในสภาพแสงแดดที่ไม่จัดจ้ามากนัก
แม้ว่าแผงโพลีคริสตัลไลน์จะมีน้ำหนักมากกว่าและประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบโมโนเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานไฟถนนที่ชาร์จพลังงานในตอนกลางวัน แล้วจ่ายไฟเฉพาะเวลากลางคืน
2) แผงโมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline)
ไฟถนนโซล่าเซลล์ ที่มีประสิทธิภาพสูง มักใช้แผงโมโนคริสตัลไลน์ เพราะให้ประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้งาน และยังชาร์จพลังงานได้ดีแม้ในวันที่แดดอ่อนหรือมีเมฆมาก แผงโมโนคริสตัลไลน์มีประสิทธิภาพอยู่ที่ 18-22% ซึ่งสูงกว่าแผงโพลีคริสตัลไลน์ที่อยู่ในช่วง 15-17% จึงเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
3) แผงฟิล์มบาง (Thin-Film Solar Panel)
แผงฟิล์มบางเริ่มถูกนำมาใช้กับไฟถนนโซล่าเซลล์บางรุ่น มีคุณสมบัติยืดหยุ่น น้ำหนักเบา และให้ประสิทธิภาพดีในพื้นที่ที่มีแสงกระจายตัวหรือมีความร้อนสูง มีข้อจำกัด ด้านประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่า และอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยสั้นกว่า
อย่างไรก็ตาม แผงฟิล์มบางมีข้อจำกัดคือประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่าแผงแบบMono/Poly รวมถึงอายุการใช้งานเฉลี่ยที่สั้นกว่า จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เฉพาะ เช่น โกดังโล่ง พื้นที่ห่างไกล หรือเสาไฟที่รองรับน้ำหนักแผงแบบกระจกไม่ได้
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ไฟถนนสามารถใช้งานในกลางแจ้งได้อย่างทนทานและยาวนานกว่าแผงทั่วไป โดยเฉพาะแผงโมโน ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุด
แผงโซล่ารูฟท็อปเป็นยังไง?
Solar Rooftop ออกแบบมาเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อลดค่าไฟบ้านหรืออาคารทั้งหลัง ที่มีความต้องการพลังงานสูงกว่างานไฟถนนหลายเท่า โดยติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาและเชื่อมกับระบบไฟฟ้าในบ้าน จึงจำเป็นต้องใช้แผงที่มีคุณภาพสูงกว่า ทนความร้อน และมีประสิทธิภาพที่ไม่ลดลงง่ายๆ
รูปแบบ Solar Rooftop ที่นิยม
1) On-Grid
เชื่อมกับไฟบ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าเป็นหลัก หากผลิตไฟได้มากกว่าที่ใช้ สามารถขายคืนให้การไฟฟ้าได้ (ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล)
2) Off-Grid
ใช้แบตเตอรี่สำรองและทำงานแบบอิสระจากระบบไฟฟ้าหลัก เหมาะกับพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า เช่น รีสอร์ทบนเขา หรือบ้านสวน
3) Hybrid
ผสาน on-grid และแบตเตอรี่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการความต่อเนื่องแม้ไฟดับ
ความแตกต่างแผงโซล่าเซลล์ไฟถนนกับแผงโซล่ารูฟท็อป
ทั้งสองมีความต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งการใช้งาน ความซับซ้อนในการติดตั้ง ไปจนถึงต้นทุน
| ข้อเปรียบเทียบ | โคมไฟถนนโซล่าเซลล์ | โซล่ารูฟท็อป |
| 1) วัตถุประสงค์การใช้งาน | ใช้ให้แสงสว่างเฉพาะจุด เปิดตอนกลางคืน เช่น ถนน ลานจอดรถ พื้นที่นอกอาคาร | ผลิตไฟฟ้าให้บ้านหรืออาคารทั้งระบบ ไม่ใช่โคมไฟสำเร็จรูป |
| 2) ปริมาณไฟที่ผลิตได้ | ผลิตไฟได้เท่าที่ใช้กับหลอดไฟ LED ของตัวเองเท่านั้น | ผลิตไฟได้หลายกิโลวัตต์ ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้านได้ |
| 3) ต้นทุน & ความซับซ้อนติดตั้ง | ราคาหลักพัน–หมื่น ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ | เริ่มหลักแสน ต้องมีทีมช่างออกแบบ เดินระบบ และติดตั้งอย่างปลอดภัย |
สรุป
ทั้งไฟถนนโซล่าเซลล์และแผงโซล่ารูฟท็อป เป็นส่วนหนึ่งในไฟโซล่าเซลล์ที่ใช้พลังงานจากแสงแดด เช่นเดียวกัน แต่ถูกออกแบบเพื่อคนละวัตถุประสงค์ จึงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งด้านโครงสร้าง ประสิทธิภาพ ความทนทาน และอายุการใช้งาน
โซล่าเซลล์ไฟถนน โคมไฟที่ใช้แสงอาทิตย์ เปิด–ปิดอัตโนมัติ เหมาะกับแสงสว่างภายนอก ต้นทุนไม่สูง ส่วนโซล่ารูฟท็อประบบผลิตไฟฟ้าทั้งบ้าน ช่วยลดค่าไฟอย่างจริงจัง แต่ต้องใช้งบประมาณมากกว่า และติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งสองแบบไม่สามารถทดแทนกันได้ แต่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้บ้านหรือธุรกิจในคนละรูปแบบ
พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ ให้คุณเลือกซื้อไม่ว่าจะสปอร์ตไลท์ โคมไฟไฮเบย์ โคมถนน หลอดไฟ LED ไฟโซล่าเซลล์ และเสาไฟ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED

